Photos from ททท. สำนักงานแพร่’s post

สาธุครับ
#ประเพณีอัฐมีบูชา ประจำปี ๒๕๖๖
ระหว่างวันที่ ๓ – ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๖
.
และวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๖
จะมีการแสดง แสง สี เสียงและร่วมพิธี #ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระจำลองขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ณ วัดพระบรมธาตุ ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
.
#วันอัฐมีบูชา คือ #วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (หลังเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ ๘ วัน)
……….
[๒๓๑] สมัยนั้น ท่านพระมหากัสสปะพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป เดินทางไกลจากกรุงปาวาไปยังกรุงกุสินารา ขณะที่ท่านพระมหากัสสปะแวะลงข้างทางนั่งที่โคนไม้ต้นหนึ่ง พอดีมีอาชีวกคนหนึ่งถือดอกมณฑารพจากกรุงกุสินารา เดินสวนทางจะไปกรุงปาวา ท่านพระมหากัสสปะเห็นอาชีวกนั้นกำลังเดินมาแต่ไกล จึงถามว่า “ท่านผู้มีอายุ ท่านรู้ข่าวพระศาสดาของพวกเราบ้างไหม” เขาตอบว่า “เรารู้ข่าว ท่านพระสมณโคดมปรินิพพานได้ ๗ วันเข้าวันนี้ เราถือดอกมณฑารพดอกนี้มาจากที่ปรินิพพานนั้น”
บรรดาภิกษุเหล่านั้น ผู้ที่ยังมีราคะ บางพวกประคองแขน คร่ำครวญ ล้มกลิ้งเกลือกไปมา เหมือนคนเท้าขาด เพ้อรำพันว่า “พระผู้มีพระภาคด่วน
ปรินิพพาน พระสุคตด่วนปรินิพพานเสีย จักษุของโลกด่วนอันตรธานไปแล้ว” ส่วนภิกษุผู้ไม่มีราคะ มีสติสัมปชัญญะก็อดกลั้นได้ว่า “สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงเหล่าสัตว์จะพึงหาได้อะไรจากที่ไหนในสังขารนี้”
[๒๓๒] สมัยนั้น มีภิกษุผู้บวชตอนแก่ชื่อสุภัททะ นั่งอยู่ในที่ประชุมนั้นได้กล่าวกับภิกษุเหล่านั้นดังนี้ว่า “อย่าเลย ท่านผู้มีอายุ อย่าเศร้าโศก อย่า
คร่ำครวญเลย พวกเรารอดพ้นแล้วจากมหาสมณะรูปนั้น ที่คอยจ้ำจี้จ้ำไชพวกเราอยู่ว่า ‘สิ่งนี้ควรแก่พวกเธอ สิ่งนี้ไม่ควรแก่พวกเธอ’ บัดนี้ เราปรารถนาสิ่งใดก็จักทำสิ่งนั้น พวกเราไม่ปรารถนาสิ่งใด ก็จักไม่ทำสิ่งนั้น”
ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสปะเรียกภิกษุทั้งหลายมาตักเตือนว่า “อย่าเลย ท่านผู้มีอายุ อย่าเศร้าโศก อย่าคร่ำครวญเลย พระผู้มีพระภาคตรัสสอนไว้ก่อน อย่างนี้ว่า ‘ความพลัดพราก ความทอดทิ้ง ความแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นจากของรักของชอบใจทุกอย่างจะต้องมี ฉะนั้น จะพึงหาได้อะไรจากที่ไหนในสังขารนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น มีขึ้น ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ล้วนแตกสลายเป็นธรรมดา เป็นไปไม่ได้ที่จะปรารถนาว่า ‘ขอสิ่งนั้นอย่าเสื่อมสลายไปเลย”
[๒๓๓] สมัยนั้น ประมุขเจ้ามัลละ ๔ องค์ ทรงสนานพระเศียรแล้วทรงพระภูษาใหม่ ด้วยตั้งพระทัยว่า “พวกเราจะจุดไฟที่จิตกาธานของพระผู้มีพระภาค” แต่ไม่อาจจะจุดไฟให้ติดได้
ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละผู้ครองกรุงกุสินาราตรัสถามท่านพระอนุรุทธะว่า “ท่านอนุรุทธะ อะไรหนอแลเป็นเหตุ อะไรเป็นปัจจัย ที่ทำให้ประมุขเจ้ามัลละ ๔ องค์นี้ ผู้ทรงสนานพระเศียรแล้วทรงพระภูษาใหม่ด้วยตั้งพระทัยว่า ‘พวกเราจะจุดไฟที่จิตกาธานของพระผู้มีพระภาค’ แต่ไม่อาจจะจุดไฟให้ติดได้เล่า” ท่านพระอนุรุทธะถวายพระพรว่า “วาเสฏฐะทั้งหลาย พวกเทวดามีความประสงค์อีกอย่างหนึ่ง”
พวกเจ้ามัลละตรัสถามว่า “พวกเทวดามีความประสงค์อย่างไร พระคุณเจ้า”ท่านพระอนุรุทธะถวายพระพรว่า “พวกเทวดามีความประสงค์ว่า ‘ท่านพระมหากัสสปะพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป เดินทางไกลจากกรุงปาวามายังกรุงกุสินารา จิตกาธานของพระผู้มีพระภาคจะยังไม่ลุกโพลง ตราบเท่าที่ท่านพระมหากัสสปะยังไม่ได้ถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า” พวกเจ้ามัลละตรัสว่า “ขอให้เป็นไปตามความประสงค์ของพวกเทวดาเถิดพระคุณเจ้า”
[๒๓๔] ต่อมา ท่านพระมหากัสสปะเข้าไปยังมกุฏพันธนเจดีย์ของพวกเจ้ามัลละ ในกรุงกุสินารา ถึงจิตกาธานของพระผู้มีพระภาค ห่มจีวรเฉวียงบ่าประนมมือกระทำประทักษิณจิตกาธาน ๓ รอบเปิดผ้าคลุมทางพระบาท ถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า แม้ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านั้นก็ห่มจีวรเฉวียงบ่าประนมมือทำประทักษิณจิตกาธาน ๓ รอบ ถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า เมื่อท่านพระมหากัสสปะและภิกษุ ๕๐๐ รูป ถวายอภิวาทเสร็จ จิตกาธานของพระผู้มีพระภาคได้ติดไฟลุกโพลงขึ้นเอง
[๒๓๕] เมื่อพระเพลิงไหม้พระสรีระของพระผู้มีพระภาค พระอวัยวะ คือ พระฉวี (ผิวนอก) พระจัมมะ(หนัง) พระมังสา(เนื้อ) พระนหารู(เอ็น) หรือพระลสิกา (ไขข้อหรือ ไขกระดูก) ไม่ปรากฏเถ้า ไม่ปรากฏเขม่าเลย คงเหลืออยู่แต่พระสรีระเท่านั้น เปรียบเหมือนเมื่อไฟไหม้เนยใสและน้ำมัน ก็ไม่ปรากฏเถ้า ไม่ปรากฏเขม่า ฉันใด เมื่อพระเพลิงไหม้พระสรีระของพระผู้มีพระภาค พระอวัยวะ คือ พระฉวี พระจัมมะ พระมังสา พระนหารู หรือพระลสิกา ไม่ปรากฏเถ้า ไม่ปรากฏเขม่า คงเหลืออยู่แต่พระสรีระเท่านั้น ฉันนั้นเหมือนกัน และบรรดาผ้า ๕๐๐ คู่นั้น มีเพียง ๒ ผืนเท่านั้นที่ถูกไฟไหม้ คือ ผืนในสุดกับผืนนอกสุด ก็เมื่อพระเพลิงไหม้พระสรีระของพระผู้มีพระภาคแล้วแล ท่อน้ำไหลหลั่งมาจากอากาศดับจิตกาธานของพระผู้มีพระภาค น้ำพุ่งขึ้นจากไม้สาละดับจิตกาธานของพระผู้มีพระภาค พวกเจ้ามัลละผู้ครองกรุงกุสินาราดับจิตกาธานของพระผู้มีพระภาคด้วยน้ำหอมล้วนๆ ต่อจากนั้น เจ้ามัลละผู้ครองกรุงกุสินาราได้จัดกำลังพลหอกไว้รอบสัณฐาคารล้อมด้วยกำแพงธนู (ป้องกันพระบรมสารีริกธาตุของพระผู้มีพระภาค) แล้วสักการะ เคารพ นบนอบ บูชาพระสรีระของพระผู้มีพระภาคด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ระเบียบดอกไม้และของหอมตลอด ๗ วัน
*********
ข้อความบางตอนใน มหาปรินิพพานสูตร ทีฆนิกาย มหาวรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐

ข้อมูล : http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=10&siri=3 #อัฏฐมีบูชา #อัฐมีบูชา
ส.ปชส.อต. ผลิต/เผยแพร่

ดูโพสต์ต้นฉบับ

Eat ตะระดุต..อุตรดิตถ์ Durian Lover ❤️😘 ตลอดเดือน พฤษภาคม – กรกฏาคม 2566 นี้ ⭕️ อุตรดิตถ์ปังไม่ไหว !! ทุเรียน หลง-หลิน ลับแล No…

Eat ตะระดุต..อุตรดิตถ์
Durian Lover ❤️😘
ตลอดเดือน พฤษภาคม – กรกฏาคม 2566 นี้

⭕️ อุตรดิตถ์ปังไม่ไหว !! ทุเรียน หลง-หลิน ลับแล No.1 เมืองไทย ทยอยออกผลผลิตสู่ตลาด ยอดจองทะลัก นักท่องเที่ยวบุกฟินกินถึงสวน 🌳🌳
นายสมหวัง พ่วงบางโพ (ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์) กล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์เนื้อหอมเกินต้าน ช่วงนี้กระแสทุเรียนเต็มหน้าฟีดสื่อออนไลน์ แต่นัมเบอร์วันทุเรียนอร่อย ต้องยกให้ทุเรียนอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะทุเรียนสายพันธุ์หลง-หลินลับแล (GI ของ จ.อุตรดิตถ์) หรือที่ได้ฉายาว่า “ทุเรียนเทวดาเลี้ยง” ปลอดสารพิษ เพราะปลูกบนภูเขาสูง ผลผลิตจะออกในช่วงประมาณเดือน พฤษภาคม-กรกฎาคม สนนราคาต่อกิโลกรัมเริ่มต้น 300 บาท สาเหตุที่ราคาสูงก็เพราะผลผลิตมีไม่มากและรสชาติมีเอกลักษณ์ ความอร่อยที่ทานคำแรกก็รู้โดยทันทีว่าไม่เหมือนพื้นที่อื่น ทุเรียนของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ทุเรียนหมอนทอง 74.41% ทุเรียนหลงลับแล 11.87% ทุเรียนหลินลับแล 2.02% ทุเรียนพื้นเมือง 11.70% โดยมีพื้นที่เพาะปลูก 4 หมื่นไร่ ครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลับแล อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และอำเภอท่าปลา มีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนกว่า 7 พันราย ซึ่งทุเรียนถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่จังหวัดอุตรดิตถ์ ประมาณ 4 พันล้านบาท/ปี โดยเฉพาะรายได้จากการส่งออกทุเรียนสายพันธุ์ หลง-หลินลับแลไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท
ด้าน นายศิวัช ฟูบินทร์ นายอำเภอลับแล กล่าวเสริมว่า กว่า 95% ของ พื้นที่เพาะปลูกเป็นภูเขาสูง และที่ลาดชัน ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือและทางด้านตะวันออกของจังหวัดอุตรดิตถ์ สภาพภูมิประเทศเป็นป่าสลับซับซ้อน ดินมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย (สีส้มอิฐ) หรือที่เรียกว่าดินแดงผาผุ ซึ่งเมื่อถึงฤดูฝนจะมีน้ำไหลบ่าลงจากยอดเขา สู่พื้นที่ราบที่มีความลาดชัน นำพาเอาแร่ธาตุอาหารมาเติมให้กับพื้นที่การเกษตร และมีสภาพอากาศเหมาะสมต่อ การเจริญเติบโตของทุเรียน มีบรรยากาศเย็นในยามพลบค่ำ มืดเร็ว เพราะมีภูเขาสูง (หรือที่เรียกว่าดอย) เป็นฉากกั้นแสงอาทิตย์ จากสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศเช่นนี้ ทำให้ทุเรียนอุตรดิตถ์มีรสชาติและกลิ่นที่เป็นลักษณะเฉพาะ เป็นอัตลักษณ์ คือมีรสชาติหวานมันกำลังดี กลิ่นไม่แรง ประกอบกับไม่มีฝนตกมากในช่วงปลายเดือนเมษายน ถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงระยะที่ทุเรียนเริ่มแก่ จึงส่งผลให้เนื้อทุเรียนของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีความพิเศษกว่าทุเรียนจากแหล่งอื่น คือมีเนื้อแห้ง เนื้อทุเรียนสีเหลืองเข้ม ซึ่งความพิเศษเหล่านี้เมื่อรวมกันเกิดเป็นความอร่อยที่ลงตัว
โดยเฉพาะสายพันธุ์ “หลงลับแล” ลักษณะเฉพาะ คือ ผลกลมหรือกลมรี มีกลิ่นอ่อน เนื้อมีสีเหลืองเข้ม เนื้อเหนียวละเอียด ไม่เละ รสชาติหวานมัน หอมอ่อนๆ และสายพันธุ์ “หลินลับแล” ลักษณะเฉพาะ คือ ผลทรงกระบอก คล้ายผลมะเฟือง เนื้อจะมีสีเหลืองอ่อน เนื้อแห้ง ไม่เละ รสหวานมันครีมมี่ กลิ่นหอมไม่แรง และที่สำคัญเมล็ดลีบ
นายอนันต์ สีแดง (ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงาน แพร่,อุตรดิตถ์) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่,อุตรดิตถ์ ต้อนรับฤดูกาลทุเรียน ชูแคมเปญ “Eat ตะระดุต..อุตรดิตถ์” ตอน Durian Lover เสิร์ฟเมนูประสบการณ์ผลไม้ท้องถิ่นกินอร่อย กับทุเรียนสายพันธุ์ หลง-หลิน ลับแล “ฉายาทุเรียนเทวดาเลี้ยง ออกผลผลิต 1 ปี มีเพียง 1 ครั้ง” กระตุ้นการเดินทางและเพิ่มค่าใช้จ่ายในพื้นที่ สอดรับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด #อุตรดิตถ์เที่ยวได้ทั้งปี #365วันที่อุตรดิตถ์ ผ่านรูปแบบกิจกรรมท่องเที่ยวในสวนทุเรียนที่ร่วมแคมเปญ ทั้ง 11 แห่ง ได้แก่ 😋 🌳🌳
1.สวนป้าเรียน
2.หลงสวน ณ ลับแล
3.บ้านบนดอย สาขาตลาดหัวดง
4.เฮือนลับแล
5.ม่อนลับแล
6.สวนนิดตะวันฉาย
7.ธนาฟาร์ม นานกกก
8.สวนธันวา
9.ใจใหญ่ ฟาร์ม
10.สวนพลอย พนา
11.แลบัวอุตรดิตถ์
👉โดยกำหนดเงื่อนไข ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมากิน มาซื้อ มาใช้จ่ายในสวนทุเรียน ขั้นต่ำ 500 บาท รับส่วนลดทันทีจาก ททท. 100 บาท
👉กิจกรรมเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2566 จำกัดสิทธิ์ 500 ท่านแรกเท่านั้น
สามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญ ได้ที่
Facebook Page : ททท.สำนักงานแพร่
โทรศัพท์ 054 521127
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่วางแผนมาท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถหาซื้อทุเรียนได้ที่ ตลาดผลไม้หัวดง สวนทุเรียนที่เข้าร่วมแคมเปญ รวมถึงหาซื้อได้ทั่วไปตามสวนทุเรียนชุมชนในอำเภอลับแล 😀🌳
#Eatตะระดุตอุตรดิตถ์ #DurianLover
#อุตรดิตถ์เที่ยวได้ทั้งปี #365วันที่อุตรดิตถ์
#ทุเรียนหลงหลินลับแล

ดูโพสต์ต้นฉบับ

🌟 นับถอยหลัง! ⏱ สำหรับการแสดงแสง สี เสียงสุดยิ่งใหญ่กับงาน “วิจิตร 5 ภาค @เชียงราย หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย” ภายใต้ คอนเซปต์ “Tim…

🌟 นับถอยหลัง! ⏱ สำหรับการแสดงแสง สี เสียงสุดยิ่งใหญ่กับงาน “วิจิตร 5 ภาค @เชียงราย หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย” ภายใต้ คอนเซปต์ “Time & Travel” ที่จะพาทุกท่านหลงใหลไปกับเส้นทางแห่งกาลเวลาบนท้องถนนที่สว่างไสวด้วยแสงแห่งประวัติศาสตร์ ของเมืองเชียงราย สะท้อนอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยแสงไฟ ถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมของเมืองอันทรงคุณค่า

✨เตรียมมาหลงแสงเวียงที่เจียงฮาย พร้อมกัน ทั้ง 15 จุดแสง ทั่วเมืองเชียงราย✨

🎞 ชมการแสดง Projection 3D Mapping และ Lanna Contemporary Danceในคอนเซปต์ Chiang Rai, Wiang of Light : Wiang of Life ณ ศาลากลางจังหวัด (เก่า)

📆 ตั้งแต่วันที่ 20-28 พ.ค. 2566 เวลา 18:00-24:00 น.
อ.เมืองเชียงราย

📌 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage GoNorthThaiLand

#วิจิตร5ภาค #วิจิตร5ภาคเชียงราย #VIJITR #VIJITRThailand #VIJITRChiangrai
#หลงแสงเวียงที่เจียงฮาย #WiangOfLight #เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ #AmazingThailand

ดูโพสต์ต้นฉบับ

Photos from ททท. สำนักงานแพร่’s post

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีแคมเปญ #กินลาบได้ลาภ

วันนี้ 8 พ.ค.2566 เวลา 14.00 น. ณ ห้องผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ศาลากลางจังหวัดแพร่ ททท. ได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายชุติเดช มีจันทร์ จับรางวัลผู้โชคดี จำนวน 43 ท่าน จากโครงการ Eating Fin เสน่ห์อาหารถิ่นต้องลอง ในห้วงเวลาที่จัดกิจกรรมกินลาบได้ลาภ ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา

🔷รางวัลที่ 1 กระเป๋าล้อลาก (3 รางวัล)
1.คุณวรวุฒิ ยะโสภา จ.สระบุรี ใช้บริการร้านลาบป้ามา
2.คุณมนตรี กาวี จ.ลำปาง ใช้บริการร้านลาบป้ามา
3.คุณชัยธร รัตนกาด จ.ชลบุรี ใช้บริการร้านลาบลุงดิษฐ์

🔷รางวัลที่ 2 บัตรรับประทานอาหาร มูลค่ารางวัลละ 400 บาท (10 รางวัล)
1.ร้าน 164 คาเฟ่ สาขาประตูชัย
คุณทวีพร นาคเลื่อน จ.นนทบุรี ใช้บริการบ้านม่อนนกยูง
2.ร้านแกะดำทำสวน
คุณมนตรี กามี จ.น่าน ใช้บริการร้านลาบป้าดำ
3.ร้าน Balance Cup
คุณชนันท์ธิดา ใจบุญ จ.เชียงใหม่ ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
4.Gingerbread
คุณธัญญ์ธวัล พัฒนาพลกรสกุล จ.กรุงเทพฯ ใช้บริการร้านครัวไม้เมือง
5.ร้านโฮะ
คุณพรธิวา ใจเปี้ย จ.ลำพูน ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
6.ร้านชาล็อต ฮัท คอฟฟี่
คุณเจรนัย บุญทวง จ.ลำปาง ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
7.ร้านบ้านมัดใจ โฮมเมด คาเฟ่
คุณพงษ์พันธ์ ประวิง จ.พะเยา ใช้บริการร้านลาบหนานเนียง
8.ร้าน Slope คอฟฟี่
คุณอรอนงค์ มะโนวงค์ จ.พะเยา ใช้บริการร้านลาบหนานเนียง
9.ร้านเลอกองเก่า
คุณพัชรี พาทีทิน จ.พะเยา ใช้บริการร้านลาบป้าดำ
10.ร้าน Ever Café
คุณวสันต์ นิลโกมล จ.นครศรีธรรมราช ใช้บริการร้านลาบลุงดิษฐ์

🔷รางวัลที่ 3 เสื้อยืด เที่ยว เที่ยว เที่ยว (จำนวน 30 รางวัล)
1.คุณชนิดา ใจภิพักต์ จ.เชียงราย ใช้บริการร้านครัวไม้เมือง
2.คุณโกมล เมฆบัณฑูรย์ กรุงเทพฯ ใช้บริการร้านครัวไม้เมือง
3.คุณธานินทร์ ตาพา จ.อุตรดิตถ์ ใช้บริการร้านโฮงลาบแพร่
4.คุณปวารกุล ปานนภาสิริกุล จ.เชียงราย ใช้บริการร้านคำสมร
5.คุณจินดาพร มูลกัณทา จ.ลำพูน ใช้บริการร้านลาบหนานเนียง
6.คุณชมพูนุท วงศ์สวัสดิ์ จ.น่าน ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
7.คุณปิยวรรณ หาสิงห์ทอง จ.เพชรบูรณ์ ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
8.คุณจตุพล ณ ลำพูน จ.ลำปาง ใช้บริการร้านลาบหนานเนียง
9.คุณระพีพันธ์ จิมทิมาลย์ จ.ลำพูน ใช้บริการร้านลาบป้ามา
10.คุณผดุงศักดิ์ ชูปาน จ.สุโขทัย ใช้บริการร้านป้าดำลาบขม
11.คุณรุ่งเพชร คงรักษา จ.ชลบุรี ใช้บริการร้านร้านลาบลุงตุ๋ย
12.คุณโสภณ พงศ์วุฒิศักดิ์ จ.อุตรดิตถ์ ใช้บริการร้านลาบดีเจ
13.คุณกรวรรณ ขันมัน จ.นครปฐม ใช้บริการร้านลาบดีเจ
14.คุณยุคคลธร เสาวรส จ.อุตรดิตถ์ ใช้บริการร้านลาบหนานเนียง
15.คุณประสิทธิ์ ชุ่มกลิ่น จ.อุตรดิตถ์ ใช้บริการร้านลาบลุงตุ๋ย
16.คุณผดุงสักดิ์ อินต๊ะแก้ว จ.เชียงใหม่ ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
17.คุณอาทิตย์ โมละกุล กรุงเทพฯ ใช้บริการร้านลาบหนานเนียง
18.คุณนัทภัทร อารัญ จ.น่าน ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
19.คุณอธิปพงศ์ ขานไข จ.ปทุมธานี ใช้บริการร้านจ่าเดชลาบขม
20.คุณมัชฌิมา ไตรทอง จ.สุโขทัย ใช้บริการร้านป้าดำลาบขม
21.คุณโสภิต ทิวาพัฒน์ จ.เชียงราย ใช้บริการร้านลาบลุงตุ๋ย
22.คุณศศิธร โพธิสัตย์ จ.เชียงราย ใช้บริการร้านลาบลุงตุ๋ย
23.คุณนพพล อารัญ จ.เชียงใหม่ ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
24.คุณเฉลิม ใจคำ กรุงเทพฯ ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
25.คุณชัยวัฒน์ แซ่ลี จ.เชียงราย ใช้บริการร้านลาบดีเจ
26.คุณนิศากร อินผ่อง จ.น่าน ใช้บริการร้านครัวจิ้นสด
27.คุณฐิติรัตน์ สีหราช จ.น่าน ใช้บริการร้านลาบหนานเนียง
28.คุณผกามาศ นุชยาน จ.สุโขทัย ใช้บริการร้านคำสมร
29.คุณปรัชญ์ ประเทืองแก้ว จ.พะเยาใช้บริการร้านปลาร้าหอม
30.คุณชลธี กนกมณี กรุงเทพฯ ใช้บริการร้านกาดพระนอน

ขอขอบคุณพันธมิตรร้านลาบ 15 ร้าน
-ร้านหนานเนียงลาบขม อ.สูงเม่น
-ร้านคำสมร อ.สูงเม่น
-ร้านลาบดีเจ อ.สูงเม่น
-ร้านครัวจิ้นสด อ.เมือง
-ร้านลาบป้ามา อ.เมือง
-ร้านจ่าเดชลาบขม อ.เมือง
-ร้านลาบลุงตุ๋ย อ.เมือง
-ร้านลาบลุงดิษฐ์ อ.เมือง
-ร้านลาบป้าดำ อ.เมือง
-ร้านโฮงลาบ อ.เมือง
-ร้านครัวไม้เมือง อ.เมือง
-ร้านกาดพระนอน อ.เมือง
-ร้านปลาร้าหอม อ.เมือง
-ครัวภูมิไทย ด้านในโรงแรมภูมิไทยการ์เด้น อ.เมือง
-บ้านม่อนนกยูง อ.เมือง

ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีทุกท่าน ทาง ททท.จะติดต่อกลับ และจัดส่งของรางวัลตามไปให้นะคะ

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรม #กินลาบได้ลาภ กับ ททท. ครั้งนี้

แล้วพบกันใหม่ในซีซั่น2 โปรดติดตามนะจ๊ะ !!

ดูโพสต์ต้นฉบับ