Photos from Amazing Thailand’s post

Pathfinders on the lookout for something new and fresh, take note! Here are 4 communities around Thailand that you can go to and get recharged with the community’s strong origins and splendid views.

🏡 Ban Wang Hora Eco-Community Tourism, Suphan Buri – Located not too far from Bangkok, this community offers nature-based activities ranging from rafting and hiking to stargazing and camping.

🏡 Ban Bana, Pattani – Enjoy the true sense of locality in this small community set amidst lush mangrove forests and marine bounty. Check in on their famous wooden bridge and take in the beautiful views of Pattani Bay.

🏡 Nong Samor Community, Phu Pha Man, Khon Kaen – Phu Pha Man is the name of the unique hill trimmed with an aquamarine-blue lake. Be there early for the sunrise and get yourself a view of a lifetime.

🏡 Na Khu Ha, Phrae – A small community set deep in the valley that offers a top viewpoint overlooking the spreading greenery of rice paddies dotted with communities below.

Read more about Thailand’s secret corners at tourismthailand.org.

เสน่ห์ของการเที่ยวชุมชนไม่ได้มีแค่ความน่ารักของชาวบ้าน แต่ยังเป็นแหล่งทำกิจกรรมใหม่ๆ มีอาหารท้องถิ่นให้ลองชิม และมีวิวสวยๆ ให้บันทึกไว้ในความทรงจำ เราขอแนะนำให้รู้จักกับ 4 ชุมชนที่มีวิวสวยลับให้ไปค้นหา ตามนี้เลย

🏡 ชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านวังโหรา จ.สุพรรณบุรี – ฟอกปอดรับอากาศบริสุทธิ์ ล่องแพเปียกในอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน และกางเต็นท์พักแรมสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น

🏡 บ้านบานา จ.ปัตตานี – เดินชมวิวอ่าวปัตตานีบนสะพานไม้บานา พร้อมสัมผัสธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์

🏡 ชุมชนหนองสมอ ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น – ล่องเรือชมพระอาทิตย์ขึ้นแลชมวิถีชีวิตยามเช้าของชาวหนองสมอ มีเบื้องหลังเป็นวิวภูผาม่านสะท้อนผิวน้ำสุดอลังการ

🏡 บ้านนาคูหา จ.แพร่ – หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา เป็นที่ซ่อนตัวของจุดชมวิวผาสิงห์บนยอดเขา มองเห็นวิวท้องนาและชุมชนเบื้องล่าง ซึ่งจะสวยที่สุดช่วงปลายฝนต้นหนาวพร้อมวิวทุ่งนาสีเขียวขจี

ดูข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ thai.tourismthailand.org

#AmazingThailand #unseennewchapters

ดูโพสต์ต้นฉบับ

“Nan’s Goal Low Carbon” ชวนสัมผัสวิถีน่านสโลไลฟ์ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 🌿 มอบโปรฉ่ำ !! เสพศิลป์ เที่ยวฟิน กินคลีน … 🔸 โปร Travel – ที…

“Nan’s Goal Low Carbon” ชวนสัมผัสวิถีน่านสโลไลฟ์ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 🌿

มอบโปรฉ่ำ !! เสพศิลป์ เที่ยวฟิน กินคลีน …
🔸 โปร Travel – ที่เที่ยว สายกรีน
🔸 โปร Eat – ที่กิน สายคลีน
🔸 โปร Sleep – ที่พัก สายชิลล์
🔸 โปร Play – ที่เล่น กิจกรรม
🔸 โปร Art & Craft – ที่เที่ยว แนวศิลปะ

รับดีลสุดพิเศษก่อนใครได้แล้ววันนี้ !!
เพียงสแกน QR Code
หรือ Add Line OA : @gonorththailand
หรือกดลิงก์เพิ่มเพื่อนที่ : https://lin.ee/QKkKAzA

เติมเต็มความสุขทุกการเดินทาง ให้การท่องเที่ยวน่านมีความหมายสไตล์กรีนรักษ์โลกได้ที่
💚Facebook Fanpage : GoNorthThailand
💚Line Official Account : @gonorththailand (มี@ข้างหน้า)

#NansGoalLowCarbon
#GoNorthThailand
#Amazingthailand
#NAN
#SustainableTourism

ดูโพสต์ต้นฉบับ

Photos from แพร่โพสต์ แพร่ ทุกโพสต์ ที่โดนใจ’s post

แพร่ หนึ่งในเมืองของอาณาจักรล้านนา ที่เที่ยวภาคเหนือ ของไทยเรา แน่นอนว่าหลายคนน่าจะรู้ว่าที่นี่มีวัดวาอารามสวยๆ ที่อยู่ในยุคสมัยของล้านนาเยอะแยะมากมาย เราก็เลยจะพาไปชม วัดสวย อันแก่แก่ ชื่อว่า วัดพระธาตุปูแจ ที่มี พระธาตุปูแจ เจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กัน วัดพระธาตุปูแจ ตั้งอยู่ที่ บ้านบุญเริง ตำบลบ้านเวียง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ซึ่งสถานที่นี้กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนรับรองให้เป็น โบราณสถานแห่งชาติ แล้ว เพราะว่าที่นี่มี พระธาตุปูแจ ประดิษฐานอยู่นั่นเองค่ะ โดยเจดีย์จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 4 เมตร สูง 4 เมตร ด้านในบรรจุพระธาตุตาตุ่มข้างขวา หรือ กระดูกข้อเท้าขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ซึ่งถือได้ว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญของ จังหวัดแพร่ เลย เพราะสร้างมาตั้งแต่โบราณแล้ว มีอายุหลายร้อยกว่าปี รวมถึงในทุกยุคนั้นเจ้าเมืองนครแพร่หลายๆ พระองค์ก็ได้บูรณปฏิสังขรณ์กันอยู่ตลอดมา และยังมีงานใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำด้วย คือ งานนมัสการพระธาตุปูแจ หรือ งานขึ้นพระธาตุ โดยจะตรงกับวันขึ้น 11-15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกๆ ปี มาถึง ตำนาน เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับ พระธาตุปูแจ บ้าง ในช่วงสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเนื้อทรายทองนั้น ได้ถูกนายพรานติดตามรอยเป็นเวลานาน พอเดินทางมาถึงเขาลูกนี้ก็เกิดอาการบาดเจ็บขึ้นมา ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่เป็นเวลานานกว่า 3 วัน จนถึงแก่ความตายนั่นเอง
และเมื่อพระโพธิสัตว์ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ได้เสด็จมาเผยแพร่ธรรมให้ชาวบ้านถึง ดอยม่วงคำ คือ อำเภอเมืองพะเยานี่เองค่ะ และเมื่อมาถึงภูเขาลูกนี้ ก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์ซึ่งเสด็จตามจึงทูลถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ ก็ตรัสเล่าถึงความหลังให้ฟัง พระอานนท์ก็ทูลขอว่าที่นี่ ควรเป็นที่สักการะของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายในกาลภายหน้าสืบไป
พระพุทธเจ้าเลยพระราชทานเกศาเส้นหนึ่งให้แก่พระอานนท์ ณ บัดนั้นพระอินทร์ก็เนรมิตรผอบมารองรับบรรจุพระเกศาเอาไว้ และนำไปประดิษฐานในอุโมงค์เขาลูกนี้ และต่อมาได้สร้างพระธาตุปูแจ ไว้ให้ประชาชนได้กราบไว้สักการะบูชา
นอกจากนี้ความศักดิ์สิทธิ์ของ วัดพระธาตุปูแจ แห่งนี้แล้ว ที่นี่ก็ยังมีวิวสวยๆ ที่น่าจะไปชมอย่างมาก ยิ่งถ้าใครได้มาช่วงปลายฝนต้นหนาว อาจจะมีลุ้นได้เห็นทะเลหมอกปกคลุมบริเวณรอบวัดพระธาตุปูแจแห่งนี้ เป็นวิวสวยอลังการที่หาชมได้ยากมากจริงๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วห้ามพลาดเลย
ข้อมูล วัดพระธาตุปูแจ แพร่

ดูโพสต์ต้นฉบับ

🔰 13 เทพทุเรียน GI 🔰 . ทุเรียน GI ที่มีการขึ้นทะเบียนกับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด 13 ชนิด เป็นทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ที่ม…

🔰 13 เทพทุเรียน GI 🔰
.
ทุเรียน GI ที่มีการขึ้นทะเบียนกับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด 13 ชนิด เป็นทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ที่มีจุดเด่นทั้งลักษณะผลและรสชาติต่างกัน
.
GI คืออะไร GI (Geographical Indication) ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และเป็นเครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตเฉพาะเจาะจงคุณภาพหรือชื่อเสียงของสินค้านั้นๆ เป็นเสมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่ต้องมีการจดทะเบียนตามขั้นตอน
.
ทุเรียน GI แม้จะมาจากพันธุ์เดียวกันแต่ปลูกคนละพื้นที่ มีรสชาติและเอกลักษณ์แตกต่างกัน เรามาดู 13 ทุเรียน GI มีที่ไหนบ้าง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันอย่างไร

1. ทุเรียนนนท์ คือ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว พันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี พันธุ์กระดุมทอง และพันธุ์พื้นเมือง มีรสชาติดี หวาน มัน หอม สีเหลือง เนื้อละเอียด ปลูกในเขตพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งในพื้นที่นนทบุรีนี้ มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ทำให้สภาพดินมีแร่ธาตุที่สำคัญมารวมกัน เหมาะกับการทำสวนผลไม้ โดยเฉพาะสวนทุเรียน ชาวสวนในพื้นที่จะใช้ใบทองหลางเป็นส่วนผสมที่สำคัญในปุ๋ย ทำให้ทุเรียนมีคุณภาพดี รสชาติหวานอร่อย เป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป

2. ทุเรียนป่าละอู คือ ทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ชะนี มีลักษณะเนื้อหนา สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งเนียนละเอียด กลิ่นอ่อน รสชาติหวานมัน เม็ดลีบเล็ก ปลูกในเขตพื้นที่ป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในพื้นที่ป่าละอูนั้นเริ่มมีการนำทุเรียนเข้ามาทดลองปลูกเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยนำพันธุ์ก้านยาวมาจาก จ.นนทบุรี และ พันธุ์หมอนทองมาจาก จ.ระยอง โดยการทดลองนำมาปลูกในครั้งนั้นได้ผลดีคือ มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากต้นพันธุ์ที่นนทบุรีและระยอง ทุเรียนมีรสมัน หวานน้อย เนื้อแน่น และกลิ่นไม่แรง

3. ทุเรียนปราจีน คือ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว พันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี พันธุ์กระดุมทอง และพันธุ์พื้นเมือง มีเนื้อแห้ง หนา เส้นใยน้อย หวานมัน ปลูกในเขตพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี อ.กบินทร์บุรี อ.ประจันตคาม อ.ศรีมหาโพธิ์ และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยเกษตรกรได้นำพันธุ์ทุเรียนทั้งแบบตอนกิ่งและเมล็ดมาจาก จ.นนทบุรี นำมาปลูกเมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา และด้วยสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน และเนื้อดิน ทำให้ทุเรียนปราจีนมีเอกลักษณ์พิเศษคือ เนื้อแห้งไม่แฉะ

4. ทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์ คือ ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล มีผลทรงกลม หรือกลมรี ขนาดเล็ก เปลือกบาง เนื้อมาก สีเหลืองเข้ม เนื้อแห้งละเอียดเหนียว มีกลิ่นอ่อน รสชาติหวานมัน เมล็ดลีบเล็ก ปลูกในเขตพื้นที่ อ.ลับแล อ.เมืองอุตรดิตถ์ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ จุดกำเนิดของทุเรียนหลงลับแลอุตรดิตถ์มาจากทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมืองที่มีความพิเศษแตกต่างจากทุเรียนพื้นเมืองทั่วไป คือ เป็นทุเรียนขนาดเล็ก รสชาติหวานมัน เมล็ดลีบ ภายหลังจากส่งเข้าประกวดทุเรียนและได้รับรางวัลยอดเยี่ยม เกษตรกรจึงได้รับการส่งเสริมให้ปลูกและขยายพันธุ์มาอย่างต่อเนื่อง

5. ทุเรียนหลินลับแลอุตรดิตถ์ คือ ทุเรียนพันธุ์หลินลับแล มีผลทรงกระบอก เปลือกบาง เนื้อสีเหลืองเข้ม เนื้อละเอียดเหนียวแห้ง รสชาติหวานมัน กลิ่นอ่อน เนื้อมาก เส้นใยน้อย เก็บไว้ได้นานโดยไม่แฉะ มีเมล็ดลีบเล็ก ปลูกในเขตพื้นที่ อ.ลับแล อ.เมืองอุตรดิตถ์ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ พื้นที่เป็นดินร่วนปนทราย หรือที่เรียกว่าเป็นดินแดงผาผุ เมื่อถึงฤดูฝน จะมีน้ำไหลมาจากยอดเขา นำพาแร่ธาตุมาเติมให้พื้นที่การเกษตร ทำให้ทุเรียนหลินลับแล รสชาติหวานมัน เนื้อแห้ง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งต้นกำเนิดมาจากการนำเมล็ดทุเรียนมาปลูกแล้วได้ทุเรียนต้นใหม่ที่มีผลทุเรียนแปลกกว่าทุเรียนต้นอื่น ๆ จากนั้นมีการส่งเข้าประกวด และได้รับความนิยมจากนักกินทุเรียนไม่น้อยกว่าทุเรียนพันธุ์หลงลับแล

6. ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ คือ เรียนพันธุ์ก้านยาว พันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี ปลูกในพื้นที่ อ.ขุนหาญ อ.กันทรลักษณ์ และ อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษเริ่มปลูกอย่างจริงจัง เมื่อ พ.ศ. 2531 มีการนำต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์หมอนทองมาทดลองปลูก ปรากฎว่าได้ผลดี ให้ผลผลิตสูง และคุณภาพดี เนื่องจากดินบริเวณนี้เป็นดินที่เกิดจากภูเขาไฟโบราณผุพังมาจากหินบะซอลล์ มีธาตุอาหารชนิดต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อพืชในปริมาณสูง ส่งผลให้ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษมีคุณสมบัติพิเศษ คือ เนื้อทุเรียนละเอียด แห้ง เนียนนุ่ม รสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมปานกลาง สีเนื้อเหลืองสม่ำเสมอทั้งผล

7. ทุเรียนสาลิกาพังงา คือ ทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองของ จ.พังงา มีลักษณะผลทรงกลม เปลือกบาง หนามสั้นและถี่ เนื้อหนาละเอียด สีเหลืองเข้ม กลิ่นหอมแต่ไม่ฉุนมาก แกนกลางเปลือกทุเรียนจะมีสีสนิมแดง เมล็ดลีบ รสชาติหวาน ปลูกในเขตพื้นที่ อ.กะปง จ.พังงา เหตุที่ชื่อสายพันธุ์สาลิกา เนื่องจากคนท้องถิ่นในยุคก่อนนิยมเปรียบเปรยความอร่อยเหมือนกับจะงอยปากของนกสาลิกาที่มีเสียงไพเราะ และเรียกขานกันมาจนถึงปัจจุบัน ทุเรียนพันธุ์สาลิกาต้นดั้งเดิมอยู่ในพื้นที่ อ.กะปง จ.พังงา มีอายุมากกว่า 100 ปี ยังคงยืนต้นและให้ผลผลิตอยู่เป็นปกติ

8. ทุเรียนในวงระนอง คือ ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ผลทรงกลมรี มีร่องพูชัดเจน เปลือกบาง หนามถี่สีเขียว เนื้อหนาเนียนละเอียดสีเหลืองทอง เมล็ดลีบ รสชาติหวานหอม มัน กรอบ กลิ่นไม่ฉุน ปลูกในพื้นที่ ต.ในวงเหนือ และ ต.ในวงใต้ อ.ละอุ่น จ.ระนอง พื้นที่ในวงเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาล้อมรอบ แต่เดิมมีการถางป่าเพื่อปลูกกาแฟและข้าวไร่ เมื่อราคากาแฟตกต่ำก็หันมาปลูกพื้นชนิดอื่น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2536 ได้นำกล้าพันธุ์ทุเรียนหมอนทองมาจาก อ.หลังสวน จ.ชุมพร จากนั้นเกษตรกรก็เริ่มปลูกทุเรียนกันมากขึ้น โดยชาวบ้านที่นี่มีขนบธรรมเนียมในการทำสวนทุเรียน โดยจะมีการไหว้สวน (ไหว้เจ้าที่) ประจำปี หลังจากเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว และมีความเชื่อว่าปลูกทุเรียนไว้ถือว่าเป็นไม้มงคลเพื่อป้องกันอุปสรรคขวากหนาม

9. ทุเรียนชะนีเกาะช้าง คือ ทุเรียนพันธุ์ชะนี มีลักษณะผลค่อนข้างรี ยาว หนามใหญ่และห่าง เปลือกบาง สีผิวออกสีน้ำตาลปนแดง ส่วนใหญ่มีหนามแดง เห็นร่องพูชัดเจน เนื้อทุเรียนหนา ผิวสัมผัสละเอียด แห้ง เหนียว มีสีเหลืองเข้มไปจนถึงสีเหลืองอมส้ม ส่วนใหญ่เมล็ดจะมีขนาดเล็กหรือลีบ รสชาติหวานมัน และมีกลิ่นหอม ปลูกเฉพาะในพื้นที่อ.เกาะช้าง จ.ตราด มีการคาดการว่าทุเรียนถูกนำมาปลูกในพื้นที่อำเภอเกาะช้างตั้งแต่เมื่อประมาณ 70 ปีมาแล้ว โดยดั้งเดิมเป็นทุเรียนป่าหรือทุเรียนโบราณที่มีต้นสูงใหญ่ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เรียกว่า “ทุเรียนเม็ด” เนื่องจากมีมีเม็ดใหญ่ เนื้ออ่อน รสชาติไม่ดี ต่อมามีผู้นำทุเรียนเข้ามาปลูกในพื้นที่โดยคาดว่านำต้นพันธุ์มาจาก จ.จันทบุรี ซึ่งทุเรียนพันธุ์ชะนีสามารถเจริญเติบโตได้ดี และถูกนำมาจัดแสดงในงานวันผลไม้ และของดีอำเภอเกาะช้าง ทำให้ชื่อเสียงของ ทุเรียนชะนีเกาะช้าง เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

10. ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ คือ ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ที่มีเนื้อสัมผัสเนียน แน่นหนึบ แห้ง ละเอียด เส้นใยน้อย มีสีเหลืองอ่อนสม่ำเสมอทั้งผล กลิ่นหอมอ่อน รสชาติหวาน มัน ปลูกในอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งจัดอยู่ในพื้นที่ทุ่งหญ้าเขตร้อน มีมรสุมหลักพัดผ่าน ทำให้อากาศชุ่มชื้น มีฝนตกชุก สภาพอากาศกลางวันร้อนกลางคืนเย็น ส่งผลให้ทุเรียนในพื้นที่ดังกล่าวรสชาติดี และเนื่องจากอากาศหนาวเย็นในเวลากลางคืน ทำให้ธาตุอาหารโพแทสเซียมที่สะสมอยู่ในเวลากลางคืนทำงานได้ดี ส่งผลให้เกิดเส้นใยในทุเรียนน้อยลง และยังมีโครงสร้างดินที่มีคุณสมบัติระบายน้ำที่ดี ดินดูดซับน้ำไว้ในปริมาณที่เป็นประโยชน์กับพืช ทำให้ทุเรียนดูดน้ำไปใช้ได้อย่างสม่ำเสมอ

11. ทุเรียนจันท์ คือ ทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ได้แก่ พันธุ์พวงมณี พันธุ์นกหยิบ พันธุ์ทองลินจง พันธุ์นวลทองจันทร์ พันธุ์กบสุวรรณ และพันธุ์ทางการค้า ได้แก่ พันธุ์จันทบุรี 1 ถึงพันธุ์จันทบุรี 10 ที่มีเนื้อละเอียด สีเหลือง หรือเหลืองเข้ม หรือเหลืองอมส้ม เนื้อหนาละเอียด มีเส้นใยน้อย หรือไม่มีเส้นใย รสชาติหวานมันหรือหวานแหลม ปลูกและผลิตในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรี สภาพพื้นที่โดยทั่วไปดินเกิดจากการสลายตัวของหินปูน มีการระบายน้ำได้ดี มีอุณหภูมิที่เหมาะสม เกิดการสะสมพลังงานในรูปของสารคาร์โบไฮเดรตมาก ทำให้กิ่งก้านสาขาของต้นทุเรียนเจริญเติบโตได้ดี ออกดอกได้เร็วและสมบูรณ์ ทุเรียนจันท์ จึงมีคุณภาพเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของ จ.จันทบุรี

12. ทุเรียนทรายขาว สินค้า GI ลำดับที่ 199 ของไทย เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ที่ปลูกและผลิตในเขตพื้นที่ ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รูปร่างทรงกลมรี เปลือกค่อนข้างบาง สีน้ำตาลอ่อน หนามเล็กและยาว เนื้อสีเหลือง แห้ง ไม่เละ เนื้อละเอียดเหมือนเนื้อครีม ไม่เป็นเส้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อม กลิ่นหอม ไม่ฉุน เมล็ดลีบ มีเอกลักษณ์เฉพาะจนเป็นที่กล่าวขานว่า “ทุเรียนทรายขาว ทุเรียนแห่งเทือกเขาสันกาลาคีรี”

13. ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา เป็นการนำทุเรียนสายพันธุ์ต่างๆ ของจังหวัดยะลาไปปลูกในพื้นที่ตามไหล่เขา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 100 เมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะทุเรียนคุณภาพ ปลอดสารเคมี ทำให้ทุเรียนมีความโดดเด่นด้วยรสชาติหวานมัน มีกลิ่นเฉพาะตัว เนื้อเเห้งละเอียด เส้นใยน้อย และเนื้อมีสีเหลืองอ่อนหรือเข้มตามแต่ละสายพันธุ์ที่ปลูก ได้แก่ พันธุ์ก้านยาว พันธุ์ชะนี พันธุ์พวงมณี พันธุ์มูซังคิง และพันธุ์หนามดำ หรือ “โอฉี่” โดยสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.ของทุกปี

ดูโพสต์ต้นฉบับ